ซอสมะเขือเทศ โฮมเมด

     ซอสมะเขือเทศเป็นเครื่องปรุงที่อุดมไปด้วยสารไลโครปิน ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ซึ่งปริมาณสารไลโคปินในซอสมะเขือเทศมีมากกว่าในมะเขือเทศสดหลายเท่า  อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่

     แต่ในซอสมะเขือเทศที่วางขายก็จะมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมมากซักหน่อยสำหรับการเป็นอาหารสุขภาพ หากกินเยอะไปก็อาจจะทำให้อ้วนได้ วันนี้มาทำซอสมะเขือเทศทานเองกันค่ะ ทำเองอร่อยปลอดภัยไร้สารกันบูด อยากได้หวานมากหวานน้อยควบคุมได้ตามที่เราต้องการ มาดูวิธีทำกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ

* 1 สูตรได้ซอสมะเขือเทศประมาณ 1 กระปุกเล็ก 250 ซีซีนะคะ จะมีวัตถุดิบบางอย่างสามารถเลือกที่จะใส่รึไม่ส่ก็ได้ตามชอบค่ะ

  1.  มะเขือเทศสดลูกใหญ่ 8 ลูก (ประมาณครึ่งกิโลกว่า พยายามเลือกลูกที่แดงจัดๆ)
  2. หอมใหญ่สับ 1 หัว
  3. เกลือ 1 ช้อนชา
  4. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ถ้าไม่มีใช้น้ำตาลแทนได้
  5. มะนาว 2 ช้อนชา (ใช้น้ำส้มสายชูแทนได้ แต่ไม่คลีนนะ)
  6. แครอทประมาณ 100 กรัม (ไม่ใส่ก็ได้)
  7. กระเทียมสับ 1 กลีบ (ไม่ใส่ก็ได้)
  8. ใบกระวาน 1-2 ใบ (ไม่ใส่ก็ได้)
  9. พริกไทย 1/4 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำ

1. กรีดมะเขือเทศเป็นรอยบากตามรูปแล้วนำไปลวกน้ำร้อน เพื่อลอกเปลือกมะเขือเทศออกแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ เลือกเอาเม็ดออก
01

2. นำมะเขือเทศ หอมใหญ่ แครอท กระเทียม ใบกระวาน ต้มในน้ำให้เปื่อยประมาณ 25 นาที คอยดูน้ำถ้าเริ่มแห้ง ให้เติมน้ำลงไป ถ้ามะเขือเทศและแครอทเริ่มเละเป็นอันใช้ได้
tomato01.jpg

 3. จากนั้นพักจนเย็นลง แล้วนำมาปั่นในเครื่องปั่น ถ้าน้ำมะเขือเทศข้นมากปั่นไม่ละเอียดให้เติมน้ำลงไปหน่อยนึงค่ะ จากนั้นนำมากรองในกระชอน ใช้ช้อนหรือทัพพีค่อยๆกด
tomato02.jpg

 4. นำน้ำมะเขือเทศที่กรองแล้วไปเคี่ยวต่อในหม้ออีกครั้งด้วยไฟอ่อน ประมาณ 30 นาที จนเริ่มเข้มข้นเป็นซอสมะเขือเทศ

 5. ปรุงรสด้วยน้ำผึ้ง เกลือ มะนาว และพริกไทย ชิมรสตามชอบ ( มะนาวมีวิตามินซีซึ่งจะสลายไปเมื่อโดนความร้อนนานๆ จึงควรใส่หลังสุดค่ะ)
tmt1.jpg

6. ตักใส่ขวดหรือภาชนะสะอาดตอนยังร้อนๆ ปิดฝา พักไว้ เก็บในตู้เย็นไว้ใช้ได้ประมาณ 4-6 สัปดาห์

ไม่มีเครื่องปั่นทำได้มั้ย?

สูตรนี้ใช้เครื่องปั่นผลไม้มาช่วยในการลดเวลาเคี่ยวและทำให้ได้เส้นใยต่างๆได้มากที่สุดค่่ะ กรณีที่ไม่มีเครื่องปั่นก็ทำได้เหมือนกันแต่ต้องใช้เวลามากกว่าหน่อยลองทำตามนี้ค่ะ

  1. หั่นวัตถุดิบต่างๆเป็นชิ้นๆเล็กละเอียดๆ ให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
  2. ตัดวัตถุดิบบางอย่างที่เปื่อยยากออก เช่น แครอท แต่หากต้องการใส่ต้องใช้เวลาเคี่ยวนานหน่อยจนกว่าแครอทจะนิ่ม
  3. เพิ่มเวลาเคี่ยวให้นานขึ้น ใส่น้ำมากหน่อยจนเปื่อยที่สุด นำมากรองด้วยตะแกรงแล้วใช้ช้อนหรือทัพพีบด

*หากไม่สามารถชมวีดีได้ กดคำว่า "รับชมบนเฟชบุค" ในคลิปวีดีโอนะคะ
37409 ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วันจันทร์, 08 สิงหาคม 2559

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด