“ ระนอง ”เสาร์-อาทิตย์ก็เที่ยวได้

 

ระนอง เมืองฝน 8 แดด 4 เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่เงียบสงบอยู่ติดทะเลอันดามันด้วยความที่มี ธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งภูเขา น้ำตก และทะเลซึ่งติดกับฝั่งพม่า ทำให้จังหวัดระนองเป็นจังหวัด ที่ต้องห้ามพลาดในขณะนี้ ใครว่า “ระนอง” เที่ยวเสาร์-อาทิตย์ ไม่ได้ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยว ระนอง  กินของอร่อยๆ ใช้ชีวิต Slow life เอาเท้าแช่บ่อน้ำร้อน ถ่ายรูปเช็คอิน ไปดำน้ำ ดูปลาการ์ตูนกัน

     ทริปนี้เราเดินทางกันด้วยรถทัวร์ กรุงเทพ-ระนอง ของโชคอนันต์ทัวร์ ราคา 470 บาท ออกเดินทางวันศุกร์รอบ 21.00 น.ไปถึงบขส.ระนอง เช้าวันเสาร์ประมาณ 6 โมงเช้า

     หลังจากที่เราเติมพลังด้วยโจ๊กร้อนๆ หน้าบขส. แล้วเราก็ขึ้นรถสองแถวไม้ตรงบขส. เพื่อไปยัง ร้านเช่ามอเตอร์ไซด์ พาหนะที่เราจะใช้ในการเดินทางในครั้งนี้ หลังจากที่เราเก็บของเข้าที่พัก เสร็จแล้ว ก็ขี่มอเตอร์ไซต์ไปทางบ้านหงาว เพื่อที่จะไปชิมโรตีเจ้าดังของที่นี่

 

 โรตีนิสรา

rotri_5.jpg

ตั้งอยู่บริเวณตลาดสดบ้านหงาว คนเยอะมากคนเต็มร้าน และรอกันอีก หลายคิว เราก็เข้าคิวรอประมาณ 20 นาที ระหว่างนั้นเราก็สั่งรอไว้ก่อน เมนูที่ชึ้นชื่อของร้านนี้ คงไม่พ้น “โรตี” ที่มีหลากหลายทั้ง โรตีธรรมดา โรตีใส่ไข่ โรตีมะตะบะ โรตีหน้าพิซซ่า นอกจากโรตีที่ขึ้นชื่อแล้ว ที่ร้านยังมีไก่ทอด สูตรเด็ด  สลัดแขก สลัดครีม มัสมั่นไก่,เนื้อ ชาเย็น กาแฟร้อน ฯลฯ โรตีของที่นี้แป้งกรอบนอก นุ่มใน จะทานกับนมข้นหวานที่ทางร้านตั้งไว้ที่โต๊ะ หรือจะทาน กับมัสมั่นไก่ก็อร่อย โรตีพิซซ่าหน้าจะเป็นปูอัดกับไส้กรอกเน้นๆ มัสมั่นไก่ รสชาติเข้มข้น ส่วนสลัดครีม น้ำสลัดอร่อยทานคู่กับผัดสดๆ ไก่ทอดกรอบมากกก ทานคู่กับน้ำจิ้มหวาน ชาเย็นอร่อย หอม มัน ที่เราต้องรีบมาที่ร้านนี้ก็เพราะว่า ทางร้านจะเปิด 8.00 น. ปิด 13.00 น. แต่ส่วนใหญ่จะปิดเร็วขายดีจนของหมด นอกจากนี้ที่ร้านยังมีแป้งโรตี แป้งดิบขาย สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝาก ไปทำกินเองที่บ้านได้อีกด้วย

rotri_8.jpg
rotri_7.jpg
rotri_6.jpgrotri_9.jpg
rotri_4.jpg
rotri_3.jpg

rotri_1.jpg
rotri_2.jpg

 วัดบ้านหงาว

watbanwhaay_1.jpg

ตั้งอยู่ที่ ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง มีอุโบสถหลังใหม่ที่ใหญ่ สวยงาม ที่เรียกกันว่า “พระอุโบสถลอยฟ้า” ด้วยความที่วัดมี บริเวณกว้างขวาง กับการสร้างที่ทำ ให้มองเห็น ท้องฟ้าได้กว้าง ทำให้ตัวอุโบสถเหมือนลอยฟ้าได้ บริเวณเชิงบันไดด้านหน้า อุโบสถ เป็นพญานาค เจ็ดเศียร จำนวน 4 ตัว ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ ที่ทำจากดีบุก หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อดีบุก หรือหลวงพ่อดำ นับว่าเป็นพระพุทธรูป ที่ทำจากดีบุกองค์ใหญ่ที่สุดในโลก
watbanwhaay_2.jpg
watbanwhaay_3.jpg

จุดชมวิววัดบ้านหงาว

banwhaay3.jpg

อยู่ด้านหลังอุโบสถวัดบ้านหงาว เราเดินขึ้นบันไดที่สร้างขึ้นไป บนภูเขา จำนวน 343 ขั้น เราหยุดพักเป็นระยะ ด้านบนจุดชมวิวมีพระพุทธรูปประดิษฐาน ให้ได้สักการะ วิวข้างบนสามารถ มองเห็นได้  360 องศา ทำให้เรามองเห็นความเขียวขจี ของธรรมชาติ ที่อยู่รอบๆ และมองเห็นทะเล กับน้ำตกหงาวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้ บันไดที่สร้างขึ้นมานี้เป็นบันไดที่ใช้ในการ ตักบาตรเทโวของชาวบ้านในจังหวัดระนอง เราออกจากวัดบ้านหงาว เพื่อมุ่งหน้าไปที่ร้านกาแฟสุดชิค ของจังหวัดระนองกันต่อ

banwhaay1.jpg
banwhaay5.jpg
banwhaay4.jpg
banwhaay6.jpg
banwhaay7.jpg

 

ห้วยค้างคาว กาแฟสด

hauykangkow_1.jpg

ตั้งอยู่ ริมทางหลวงหมายเลข 4 เส้นทาง ชุมพร – ระนอง ใกล้น้ำตกปุญญบาล ใครที่มาระนองต้องห้ามพลาดที่นี่ หน้าร้านจะมีรถสองแถวไม้ สีชมพูจอดอยู่ บรรยากาศด้านหลังร้านท่ามกลางธรรมชาติ มีลำธารไหลผ่าน มีมุมพักผ่อนอยู่ทั่วทุกจุด เราไปนั่งบนแคร่ไม้ไผ่จิบกาแฟ สูดอากาศบริสุทธิ์ เอาเท้าจุ่มน้ำ ถ่ายรูปเช็คอิน เป็นร้านกาแฟที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง
hauykangkow_5.jpg
 hauykangkow_6.jpg
hauykangkow_3.jpg
hauykangkow_7.jpg
hauykangkow_4.jpg

hauykangkow_8.jpg

 

บ่อน้ำร้อน รักษะวาริน

boaphua7.jpg

เป็นบ่อน้ำร้อนที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง มีบรรยากาศร่มรื่น รายล้อมไปด้วยต้นไม้ บ่อน้ำร้อนที่นี่เป็นบ่อน้ำร้อนสาธารณะเกิดขึ้น เองตามธรรมชาติ มีอยู่ด้วยกัน 3 บ่อ คือ บ่อพ่อ ซึ่งเป็นบ่อน้ำร้อนที่ใหญ่ที่สุด บ่อแม่ และบ่อลูกสาว แต่ละบ่อมีอุณหภูมิสูงถึง 65 องศาเซลเซียส บ่อน้ำร้อนแห่งนี้ไม่มีกำมะถัน เจือปนอยู่เลย เมื่อเราเดินเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงไอความร้อนของน้ำที่ลอยออกมา เรานั่งเอาเท้าแช่น้ำร้อนสักครู่ พอให้คลายความเมื่อยล้าไปบ้าง บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน เปิดบริการให้ผู้คน ได้เข้ามาแช่น้ำร้อน เพื่อผ่อนคลาย รักษาโรค กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีลานสุขภาพให้ได้มาออกกำลังกาย เล่นโยคะกันอีกด้วย
boaphua1.jpg
boaphua2.jpg
boaphua3.jpg
boaphua4.jpg
boaphua5.jpg
boaphua6.jpg

 

บ้านร้อยปี เทียนสือ

banteansrue_2.jpg

เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดระนอง บ้านเทียนสือ ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ห้า ซึ่งมีอายุร้อยกว่าปี โดยชื่อเทียนสือ มาจากชื่อหลานเขย ของเจ้าเมืองระนอง โดยคำว่า “เทียน” แปลว่า สวรรค์  ส่วนคำว่า “สือ” แปลว่า ของขวัญ บ้านหลังนี้จึงเหมือนกับ “ของขวัญจากสวรรค์” ปัจจุบันมีทายาทรุ่นที่ 6 เป็นผู้ดูแลบ้านหลังนี้ ภายในบ้านบ่งบอกถึงเรื่องราว ในอดีตของคนจีนในสมัยนั้น ด้วยข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ตู้ไม้ ภาพวาด โต๊ะเก้าอี้ฉลุลาย โคมไฟโบราณ ที่สวยงาม บ้านเทียนสือสามารถเข้ามาเยี่ยมชม ศึกษาหาความรู้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หลังจากที่ทายาทรุ่นที่ 6 ได้แนะนำความเป็นมาของ บ้านหลังนี้เป็นที่เรียบร้อย ก็พาเราเข้าไปถ่ายรูปสวยๆ ตามมุมต่างๆภายในบ้าน มีทั้งห้องนอน ห้องทำงาน และมุมสวยๆอีกหลายมุมให้เราได้ถ่ายรูปเช็คอินกัน

banteansrue_1.jpg
banteansrue_3.jpg
banteansrue_4.jpg
banteansrue_5.jpg
banteansrue_6.jpg
banteansrue_8.jpgbanteansrue_7.jpg

ขอบอกเลยว่าฝีมือ ถ่ายภาพ ทายาทรุ่นที่ 6 ผู้ดูแลที่นี้นั้น ไม่ธรรมดาเลย ทำให้เราได้รูปสวยๆ กลับไปพร้อมกับความรู้ เกี่ยวกับประวัติของบ้านเทียนสือหลังนี้ วันนี้เราก็ได้มาเที่ยวกันในตัวจังหวัดระนอง จนถึงเย็นแล้วขอตัว กลับไปพักผ่อนเข้าที่พักกันก่อน แล้วพรุ่งนี้เราจะพาไปดำน้ำ ดูปลาการ์ตูนกัน ชูวีดูวาจะพาเธอไปดำน้ำดูปลาการ์ตูน...

 


 วันที่ 2

     วันนี้เรารีบตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะเตรียมตัวไปดำน้ำกัน กล้องพร้อม ชุดพร้อม กระเป๋ากันน้ำ ครีมกันแดดพร้อม ลุยยย ทริปนี้เราจองกับ Love Andaman เราจองตอนช่วงโปรโมชั่น 2,990 บาท ต่อคน ทางทีมงานมีรถตู้มารับเราถึงที่พักซึ่งนัดหมายกันไว้เวลา 7 โมงเช้า หลังจากขึ้น รถตู้ไปถึง ที่ทำการจุดผ่านแดนถาวรระนอง-เกาะสอง เราก็ไปลงชื่อที่เราจองไว้พร้อมกับรับ อาหารเช้า ซึ่งเป็น แซนวิชกับน้ำผลไม้ มากินเติมพลังก่อนออกเดินทางขึ้นเรือกันต่อจากจุด ผ่านแดนตรงนี้เราใช้แค่ เพียงบัตรประชาชน ทำเอกสารในการผ่านแดนเท่านั้น ประมาณ แปดโมงกว่าทางทีมงาน ก็จะแยกลูกทัวร์ขึ้นเรือไปตามเกาะต่างๆ ซึ่งเราจะพาไปเที่ยวเกาะ Cock Burn หรือหมู่เกาะช้างเผือกนั่นเอง

เรานั่งเรือไปที่เกาะสอง ของประเทศพม่า เราจะแวะ จุดนี้ก่อน เพื่อยื่นเอกสาร เป็นเวลาประมาณ 15 นาที ซึ่งก็จะมีเจ้าหน้าที่ทางพม่าลงมาตรวจ ความเรียบร้อย ของเรือ และจะมีไกด์ชาวพม่าไปกับเราด้วย 1 คน เสร็จจากการยื่นเอกสารที่ เกาะสอง เรือก็จะพาเราไปที่จุดแรก คือ View Point จุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของเกาะ Cock Burn เราต้องปีนขึ้นไปบนผาหิน ค่อนข้างลื่นและอันตรายแต่ทางทีมงานมีไกด์คอยซับพอต อยู่ตลอดเวลา โชคดีที่ว่าเราซื้อรองเท้าสำหรับดำน้ำลุยน้ำไว้ก่อนมาทริป เลยทำให้เราปีนข้ึน ไม่ลื่น และเดินได้ไม่ร้อนเท้า วิวข้างบนสวยงามมาก สวยมากจริงๆ สามารถมองได้ 360 องศา มองลงมาเห็นน้ำทะเลสีฟ้า Turquoise กับทะเลแหวก พื้นทรายสีขาว ใครที่ไม่ขึ้นไปจุดชมวิว ก็จะว่ายน้ำ ถ่ายรูปกันอยู่ด้านล่าง ทางไกด์ก็คอยแนะนำมุมถ่ายรูปให้ แถมยังช่วยถ่ายรูปเรา ให้อีกด้วย ฝีมือไม่ธรรมดาเลย

Cockburn2.jpg

Cockburn6.jpg
Cockburn7.jpg
Cockburn4.jpg
Cockburn5.jpg
Cockburn3.jpg

เราอยู่กันที่จุด View Point ประมาณ 30 นาที ก็นั่งเรือกันไปต่อ ที่จุดพักทานอาหารกลางวัน มีส้มตำ ไก่ทอด น้ำพริกปลาทู ผักสด ต้มยำทะเล อาหารที่นี่ อร่อยมาก หลังจากทานของคาวแล้วก็จะขาดของหวานไม่ได้ เขาว่าเค้กมะพร้าวอ่อนอร่อยมาก ตรงนี้กินข้าวก็มีเรือพายยัคให้พาย ถ่ายรูปเล่นกันก่อนที่เราจะไปดำน้ำกันต่อ ที่จุดแรก คือ “ปากคลองตลาด” เราก็งงว่ามาทะเลจะพามาปากคลองตลาดทำไม ซึ่งก็เพราะว่าตรงจุดนี้นั้นมี ดอกไม้ทะเล และปะการังเขากวางเยอะมาก จึงเรียกบริเวณนี้ว่า ปากคลองตลาด ปะการัง เยอะมากและยังสมบูรณ์มากจริงๆ น้ำทะเลใส ยิ่งมีแสงแดดส่องลงมาทำให้เรามองเห็นดอกไม้ ทะเลกับปะการังชัดเจน

Cockburn9.jpg
Cockburn12.jpg
Cockburn13.jpg

หลังจากชมปะการังกันไปแล้ว เราก็ขึ้นเรือไปดำน้ำจุดที่สอง คือ “มหานคร” ห่างจากจุดแรกออกไปประมาณ 5 นาที มหานครจุดนี้นั้นจะเต็มไปด้วยปลาการ์ตูน และดอกไม้ทะเลหลากสี มีดอกไม้ทะเลสีสวยๆ แปลกตา กับปลาการ์ตูนสีสันสดใส และปลาอื่นๆ แหวกว่ายมาให้เราได้ชม

Cockburn10.jpg
Cockburn11.jpg

เราดำน้ำกันมาเหนื่อยมาก ขากลับเราหลับยาว จนถึงท่าเรือเกาะสอง เพื่อทำเรื่อเอกสาร จากนั้นก็กลับถึงจุดผ่านแดนจุดแรกที่เรามาทำเอกสาร รับบัตรประชาชนกลับ และรอรถตู้มารับเรากลับที่พัก หลังจากที่เราอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ก็ไปกินข้าว และเก็บของเพื่อที่จะขึ้นรถทัวร์กลับกทม ซึ่งทริปนี้แม้จะมีเวลาแค่สองวัน เสาร์-อาทิตย์ แต่ก็รู้สึกคุ้มค่ามาก แม้จะเหนื่อย เราก็ได้รับการชาร์จแบตเพื่อที่จะไปลุยงานกันในวันจันทร์ต่อ สำหรับมนุษย์เงินเดือนใครมีวันหยุดน้อย หรือมีเวลาแต่เสาร์-อาทิตย์ วางแผนดีๆ เราก็มาเที่ยวที่จังหวัดระนองได้แบบเต็มอิ่ม


สรุปค่าใช้จ่ายทริประนอง 2 คน 2 วัน 1 คืน

ค่าเดินทาง

  • รถทัวร์ไปกลับ 1,880 บาท

  • ค่าเช่ามอเตอร์ไซด์ 1 วัน 250 บาท

  • ค่าสองแถว 30 บาท

ค่าที่พัก

  • Madinah Hostel Ranong 700 บาทต่อคืน

ค่าทริปดำน้ำ Cockburn

  • LoveAndaman จองตอนช่วงโปรโมชั่น คนละ 2,990 บาท รวมทุกอย่าง

ค่าอาหาร และอื่นๆ

  • ค่าอาหาร น้ำ และอื่นๆ 1,000 บาท

 

รวม 9,840 บาท

เฉลี่ยคนละ 4,920 บาท

 



 

518 ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วันจันทร์, 14 พฤษภาคม 2561

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด
  • 10 อันดับเมนูยอดฮิต ปี 2015
    สวัสดีค่ะ เผลอแพร๊บเดียวก็ปีใหม่กันแล้ว ขอบพระคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกท่านมากนะคะสำหรับการติดตามเพจ Easycooking จนถึงวันนี้ก็เปิดมาเกือบสองปีแล้ว แต่ในส่วนเว็บไซต์เริ่มเปิดใช้งานเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา…
    79279