อาหารบำรุงสายตา

ให้คะแนนบทความนี้
(6 โหวต)

ar201     ในแต่ละวันเราใช้สายตาในการทำกิจกรรมต่างๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เวลาอยู่หน้าจออุปกรณ์ต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ

     ตามปกติแล้วดวงตาเราจะค่อยๆเสื่อมลงไปตามอายุที่มากขึ้น ไม่ว่าจะดูแลดีแค่ไหนก็ตาม โรคเกี่ยวกับความเสื่อมของดวงตาที่พบบ่อยก็ได้แก่ ต้อกระจก ต้อลม จอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น ซึ่งหากเราใช้ดวงตาอย่างไม่ระมัดระวัง อายุการใช้งานของดวงตาเราอาจจะสั้นลงก่อนเวลาอันควร

วันนี้ Easycooking ขอเสนออาหารที่ช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตา เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยในการดูแลรักษาดวงตาของเรา

อาหารที่ช่วยบำรุงรักษาดวงตาแบ่งตามสารอาหารเป็น 3 กลุ่มหลักๆด้วยกันคือ

021. กลุ่มเบต้า-แคโรคีน
สารแเบต้า-แคโรคีนจะช่วยเรื่องการมองเห็นในเวลากลางคืน การปรับสายตา ลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก สารเบต้า-แคโรทีนพบมากในผักผลไม้สีเหลือง ส้ม ได้แก่ ฟักทอง แตงไทย  มะละกอ มะม่วงสุก กล้วยไข่ แคนทาลูป  แครอท ขนุน

032. กลุ่มลูทีน
ลูทีน มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยกรองแสงสีน้ำเงินซึ่งมีพลังงานสูง ช่วยลดอัตราการเสื่อมของจอประสาทตา  พบมากที่สุดใน ผักคะน้า และ ผักโขม ในผักใบเขียวเข้ม ได้แก่ ผักบุ้ง ผลอะโวกาโด เมล็ดข้าวโพดและไข่แดง

043. แอนโทไซยานิน
สารแอนโทไซยานินจะมีคุณสมบัติครอบคลุมทั้งเบต้าแคโรคีน และลูทีน คือช่วยชะลอการเสื่อมของดวงตา ช่วยปรับสายตาในการมองเห็นในที่มืด และคุณสมบัติเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ ช่วยเพิ่มความสามารถการไหลเวียนในหลอดเลือดเล็กๆในดวงตา ไม่ให้เส้นเลือดฝอยในดวงตาเปราะแตกง่าย

    แอนโทไซยานิน เป็นสารที่ให้สีม่วง แดง พืชที่มีสารแอนโทไซยานิน ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอรี่ เช่น บลูเบอร์รี่ แบลคเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ ผักผลไม้ที่ให้สีม่วงอื่นๆ เช่น มะเขือม่วง กะหล่ำปลีม่วง มันสีม่วง องุ่นแดง ชมพู่มะเหมี่ยว ชมพู่แดง ลูกหว้า ลูกไหน ลูกพรุน ลูกเกด ข้าวแดง ข้าวนิล ข้าวเหนียวดำ ถั่วแดงและถั่วดำ มะเขือม่วง หอมแดง หอมหัวใหญ่สีม่วง น้ำดอกอัญชัน น้ำว่านกาบหอย มันต้มสีม่วง และเผือก เป็นต้น

การดูแลสุขภาพพดวงตาเบื้องต้น

     ถึงแม้จะมีอาหารที่ช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตา แต่เนื่องจากเป็นการทานอาหารตามธรรมชาติเราอาจจะต้องกินในปริมาณมาก จึงจะได้สารอาหารที่เพียงพอ เราจึงควรหมั่นดูแลสุขภาพดวงตาของเราไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไปด้วย เช่น ไม่จ้องจอคอมนานเกินไป พักสายตามองไปที่ไกลๆ หรือหลับตาทุก 30 นาที หลีกเลี่ยงแสงแดดแรงๆ สวมแว่นตาในกิจกรรมที่อาจต้องถูกไอความร้อน ลมและฝุ่นละออง อ่านหนังสือในที่มีแสงสว่างเพียงพอ เป็นต้น

ar108
ขอบคุณแหล่งสืบค้นข้อมูล
http://www.doctor.or.th/article/detail/1345
https://th.wikipedia.org/wiki/.....
http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/....
https://www.youtube.com/watch?v=....
https://www.facebook.com/....
http://www.foodnetworksolution.com/...

7508

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด