สูตรน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว : กากหมูเจียว

ให้คะแนนบทความนี้
(422 โหวต)

บทความแห่งความคุ้มค่ะ วันนี้จะมีสูตรน้ำซุปให้ 2 แบบ สำหรับทำขาย และสูตรทำกินง่ายๆในบ้าน  และแถมท้ายด้วยวิธีทำกากหมูเจียวสำหรับก๋วยเตี๋ยว เพราะสังเกตุอะไรมั้ยคะว่า  หากร้านก๋วยเตี๋ยวร้านไหนมีกากหมูเจียวละก็ ขายดีทู๊กรายเลยย  มาดูกันเลยจ้า

 

แบบที่ 1 น้ำซุปกระดูกหมูสูตรมาตรฐาน
(ทำทานในครอบครัวใหญ่หรือทำขายได้เลยค่ะ)

สูตรมาตรฐานน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมู #สำหรับครอบครัว (ตำรับ Easycooking รับประกันความอร่อย) สูตรนี้สามารถทำน้ำก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารน้ำได้ทั้งหมด รับประกันทุกเมนูจะอร่อยพิเศษสำหรับทุกโอกาสค่ะ

ส่วนผสม

  1. กระดูกซุปหมูหั่นท่อน 500 กรัม
  2. หัวไชเท้าหั่นแว่น 450 กรัม (ที่หั่นแว่นเพื่อให้จำนวนพื้นที่หน้าตัดสัมผัสกับน้ำซุปมากที่สุด เพื่อดึงความหวานออกมาให้ได้มากที่สุด)
  3. หอมใหญ่หั่น 100 กรัม (หากไม่ชอบกลิ่นหอมใหญ่ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ)
  4. รากผักชี 8-10 ราก (บุบพอแตก)
  5. เกลือ 2 ช้อนชา
  6. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำเปล่า 20 ถ้วย (หรือประมาณ 3.5 ลิตร)
  8. ผงน้ำซุป aro 3 ช้อนโต๊ะ

29 1

 วิธีทำ

  1. ตวงน้ำใส่หม้อ และนำรากผักชี, ไชเท้า, หอมใหญ่, ใส่หม้อ แล้วนำไปตั้งไฟแรงสุด รอกระทั่งเดือด
  2. เมื่อน้ำเดือดจัดใส่กระดูกซุปลงไปเบาๆ ไม่ต้องคน (ย้ำไม่ต้องคน และไม่ต้องช้อนฟองทิ้ง) รอให้เดือดอีกครั้ง
  3. เมื่อน้ำเดือด เตรียมนำเครื่องปรุงทั้งหมดได้แก่ เกลือ ซีอิ๊วขาว ผงน้ำซุป คนผสมในถ้วยให้ละลาย (ตักน้ำซุปในหม้อร้อนๆมาใส่ จะช่วยให้ละลายเร็วขึ้น) เมื่อละลายดีแล้ว เทเครื่องปรุงใส่ในหม้อน้ำซุป ให้ทั่วบริเวณโดยไม่ต้องคนเด็ดขาด
  4. เปิดไฟอ่อนในระดับต่ำที่สุด เท่าที่เตาบ้านเพื่อนๆจะทำได้ จับเวลา 30-60 นาที (แล้วแต่เวลาที่พึงมีของแต่ละท่านยิ่งนานยิ่งอร่อยค่ะ) #บางท่านอาจสงสัยรสชาติจะทั่วถึงหรือไม่มีการคนใดๆเลย ขอตอบว่าทั่วถึงแน่นอนค่ะและน้ำซุปที่ได้จะใสกิ๊ง ไม่เชื่อลองพิสูจน์ ^^
  5. พอครบตามเวลาที่กำหนด ปิดไฟ (ช้อนฟองออก ซึ่งจะมีนิดเดียวค่ะ) หรือถ้าต้องการให้ใสมากขึ้นให้กรองด้วยผ้าขาวบาง 2 ชั้นค่ะ ^^


##สำหรับบางท่านที่อาจแพ้ msg #ให้งดใช้ผงทำน้ำซุปแต่เพิ่มเกลือ 1 ช้อนชา และบวกเวลาเคี่ยว 1-2 ชั่วโมงค่ะ**
เมื่อเสร็จแล้วจะได้น้ำซุปใสๆแบบภาพด้านล่างนี้ค่ะ

29

 

แบบที่ 2 น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวแบบง่าย #สำหรับครอบครัว

วิธีทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวแบบง่าย #และอร่อยกลมกล่อมประดุจเคี่ยวมาแล้วครึ่งวัน

จากที่ลองพิสูจน์การทำน้ำซุปที่เคี่ยวครึ่งวัน เทียบกับ สูตรนี้ 30 นาที แทบไม่ต่างกันค่ะ ฉนั้นแม่บ้านเวลาน้อยแบบอ้อ ขอเลือกใช้ตัวช่วยย่นเวลาค่ะ น้องสาวแนะนำมาเมื่อหลายปีก่อน ทดลองแล้วชอบและใช้มาตลอด สุดยอดมาก รสชาติน้ำซุปจะหวานกลมกล่อมแบบธรรมชาติ อารมณ์เหมือนน้ำเคี่ยวกระดูกค่ะ มีติดบ้านตลอด ใช้ได้ทุกเมนูน้ำแกง เฟิมค่ะ บรรยายขนาดนี้ไม่ได้ตังค์นะคะฮี่ๆ แค่แบ่งปันเคล็ดคลับค่ะ

ส่วนผสม (สูตรนี้ไม่มีกระดูกซุปนะคะ เรามีตัวช่วยแล้วไม่กลัวค่ะ 55)

  1. รากผักชีทุบ
  2. หัวไชเท้า (วันนี้อ้อใช้แครอทค่ะ) หั่นแว่น หรือตามสะดวก
  3. หอมใหญ่หั่นเต๋าใหญ่ๆ (หากไม่ชอบกลิ่นหอมใหญ่ไม่ต้องใส่ได้จ้า)
  4. ผงทำน้ำซุป ตรา aro (สัดส่วน น้ำ 1 ลิตร : ผงน้ำซุป 1 ช้อนโต๊ะ)
  5. เกลือ
  6. ซีอิ๊วขาว
  7. หมูสับ (สำหรับทำก๋วยเตี๋ยวค่ะ เอามาเกี่ยวด้วยนิดเดียว คือจะใช้น้ำลวกหมูสับใส่ในน้ำซุปค่ะ)

วิธีทำ

  1. ตั้งน้ำใส่รากผักชีทุบ หัวไชเท้าหรือแครอท หอมใหญ่ เปิดไฟแรงจนกระทั่งเดือดปุดๆ
  2. จากนั้นตักน้ำในหม้อใส่ในชามหมูสับ ใช้ทัพพี่คนๆให้หมูสุก แต่ครั้งแรกจะไม่สุกทั่วนะคะ ให้เทน้ำลวกหมู เฉพาะน้ำเทกลับไปในหม้อ และตักน้ำในหม้อมาใส่ชามหมูสับอีกครั้ง คนๆ ถ้ายังไม่สุกให้เทเฉพาะน้ำกลับไปในหม้ออีกครั้ง ทำแบบนี้จนหมูสุกพอดี และพอสุกได้ที่ให้หมูมีน้ำซุปหล่อเลี้ยงไว้นิดหน่อย แยกไว้ใส่ก๋วยเตี๋ยวทีหลัง

    **วิธีนี้จะทำหรือไม่ทำก็ได้นะคะ แล้วแต่เทคนิคแต่ละท่านเนาะ แต่สำหรับอ้อแล้วในเมื่อเราต้องลวกหมูสับอยู่แล้ว ไม่อยากเสียน้ำลวกไปค่ะ และวิธีนี้จะทำให้น้ำซุปอ้อหวานอร่อยขึ้นเป็นกองเชียวค่ะ**
  3. เมื่อน้ำซุปกำลังเดือดให้นำผงซุปหมู เกลือ ซีอิ๊วขาว ใส่ชามไว้ แล้วตักน้ำซุปในหม้อมาใส่ชาม คนให้ละลาย จึงใส่ทั้งหมดลงหม้อไป (อัตราส่วนกะเอานะคะ ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำซุปว่ามากหรือน้อยแค่ไหนค่ะ )คนเบาๆนิดเดียว จากนั้นเปิดไฟอ่อนที่สุด เคี่ยวประมาณ 30 นาทีค่ะจะได้น้ำซุปหวานกลมกล่อมใสๆและมีใยโปรตีนจากหมูสับไม่ต้องตกใจค่ะ นั้นแหล่ะอร่อยมาก 55 (แต่ถ้าไม่ชอบให้ต้มกระดูกหมูแทนนะคะ จะยิ่งอร่อยยิ่งขึ้นน้ำก็จะใสกิ๊งเลยค่ะ)


**หมายเหตุ หากใครแพ้ผงชูรส หรือ msg ให้ต้มสูตรเดิม แต่ใส่กระดูกซุปหมู หรือกระดูกเล้งแทน แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ยิ่งนานยิ่งหอมหวานจ้า **

29 2

 

กากหมูเจียวกรอบๆสำหรับก๋วยเตี๋ยวค่ะ  จะเพิ่มเสน่ห์ให้ก๋วยเตี๋ยวเราเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เมื่อพูดถึงกากหมูหอมๆกรอบๆ คงน้อยคนที่จะปฏิเสธใช่มั้ยคะ แม้จะอ้วนก็ยอม ฮ่าๆ แต่ก็อย่าทานบ่อยเกินไปนะคะ ทุกอย่างต้องพอดีๆเพื่อสุขภาพระยะยาวเนาะ มาดูวิธีทำที่แสนง่ายดายกันจ้า

ส่วนผสม

1.มันหมูแข็ง หรือสามชั้นแบบไม่ติดหนัง นำมาหั่นเต๋าเล็กๆ 600 กรัม จะเฉพาะมันหรือติดเนื้อนิดหน่อยก็ได้ตามชอบ (วันนี้อ้อมีสามชั้นมันหนาติดเนื้อนิดหน่อย เก็บไว้ในตู้นานแล้วได้เอาออกมาทำเสียที)

2.น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

3.กระเทียมจีนปอกเปลือกตำพอแหลก 100 กรัม (ใครชอบกระเทียมไทยก็ใช้กระเทียมไทยได้ค่ะตามชอบ จะปอกเปลือกเกลี้ยงหรือติดนิดหน่อยก็ได้เช่นกัน)

4.เกลือป่นประมาณ 1 ช้อนชา


วิธีทำ

1.นำมันหมูใส่กระทะเทน้ำเปล่าลงไป 1 ถ้วย เปิดไฟแรง น้ำมันจะไม่กระเด็นค่ะ (ใส่น้ำเปล่าเพื่อให้การเจียวเร็วขึ้นและน้ำมันที่ได้จะใสสวยงาม) ตั้งไปจนน้ำเดือด จะเห็นน้ำเป็นสีขาวขุ่นไม่ต้องตกใจ (นั่นคือเหตุการณ์ปกติ สักพักเค้าจะค่อยๆใสขึ้นทีละน้อย)

2.พอน้ำมันเดือดและใสขึ้น เบาไฟเป็นไฟกลางเจียวต่ออีกนิดจนสีกากหมูเป็นสีเหลือง 80% จากนั้นนำกระเทียมตำใส่ลงไปเจียวจนหมูเหลืองกรอบแบบพอดีกระเทียมจะเหลือกรอบ90% ให้ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันทันทีค่ะ

3.พอสะเด็ดน้ำมันด้วยความร้อนที่ยังเหลืออยู่หมูจะกรอบและเกรียมขึ้นอีกนิด ส่วนกระเทียมจะเหลืองทองกรอบพอดีค่ะ (หากใครเจียวกระเทียมบ่อยๆจะเข้าใจเนาะ) ลองฝึกดูนะคะครั้งแรกถ้ายังไม่ได้ ให้ลองฝึกใหม่ค่ะ ทักษะจะเกิดได้เพราะประสบการณ์ 

4.เมื่อสะเด็ดน้ำมันจนเค้าแห้งและเย็นแล้ว โรยเกลือป่นคลุกเคล้าให้ทั่วเพื่อลดความชื้นอีกนิด (และอร่อยขึ้นด้วยค่ะ) เก็บในภาชนะสุญญากาศจะกรอบอยู่ได้หลายวันค่ะ

5.น้ำมันที่เหลือจากการเจียวจะใสกิ๊งเลยค่ะ น้ำมันที่ได้ประมาณ 1 ถ้วยตวงค่ะ (อ้อจะปล่อยให้เย็นและเก็บใส่ขวดแช่เย็น เก็บไว้ทำกับข้าวต่อได้ค่ะ) แช่เย็นเค้าจะเป็นไขนะคะเพราะเป็นไขมันสัตว์จ้า

กากหมูเจียวนี้จะใช้ทานกับก๋วยเตี๋ยว ทานกับข้าวคลุกกะปิ ใส่ในผัดต่าง ก็จะเพิ่มเสน่ห์ให้เมนูนั้นไม่น้อยเลยค่ะ ลองดูนะคะ  หากอ่านวิธีทำยังไม่เข้าใจดูตามรูปด้านล่างนะคะ
easycooking pork crispy1
easycooking pork crispy2

easycooking pork crispy3

easycooking pork crispy4

easycooking pork crispy5

easycooking pork crispy6

easycooking pork crispy7


 

 

เสร็จแล้วมาเตรียมเครื่องก๋วยเตี๋ยวดังนี้ ตามภาพเลยค่ะ

071

ต่อมาเป็นผลผลิตจากก๋วยเตี๋ยวค่ะ

058060061

เป็นอย่างไรบ้าง น่าทานมั้ยคะ วันหยุดนี้ลองทำดูนะคะ ^^

456485 ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วันพุธ, 13 เมษายน 2559

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด
  • ท้องอืดเกิดจากอะไร?
    เชื่อว่าคงมีหลายคนที่อยากสุขภาพดีหันมาทานผักผลไม้ แต่รับประทานผักทีไรกลับท้องอืดทุกที วันนี้ มาทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีป้องกันอาการท้องอืดกันค่ะ ท้องอืด เกิดจากการมีแก๊สในท้องมากกว่าปกติ ทำให้รู้สึกแน่นท้อง ปวดท้องส่วนบน…
    2449