วิธีเลือกซื้อเนื้อสัตว์-ผัก

ให้คะแนนบทความนี้
(45 โหวต)

    การปรุงอาหารให้อร่อยวัตถุดิบถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมาก สำหรับแม่ครัวมือใหม่ บางท่านอาจจะยังค่อยไม่เก่งเรื่องจ่ายตลาดมากนัก เพราะไม่รู้วิธีการเลือกที่ถูกต้อง จึงได้วัตถุดิบไม่สดใหม่มาใช้ทำอาหาร ทำให้ความอร่อยของอาหารจานนั้นลดลงไปแบบน่าเสียดาย วันนี้ easycooking ขอแนะนำวิธีเลือกซื้อวัตถุดิบต่างๆในการทำอาหารแบบง่ายๆ เพื่อเป็นแนวทางในการไปจ่ายตลาดสำหรับผู้ที่เริ่มเข้าครัว 

   บทความนี้จะบอกถึงวิธีการเลือกซื้อ และวิธีทำความสะอาด  รวมถึงวิธีรักษาคุณภาพความสดของอาหาร หลายๆอย่างจากประสบการณ์ตรง ที่ทุกท่านสามารถนำไปใช้ได้จริง ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่หันมาเข้าครัวกันมากขึ้น แต่ประสบการณ์ยังน้อย บทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนได้ดีค่ะ 

วิธีการเลือกซื้อ เนื้อหมู

k 2

   ควรเลือกซื้อเนื้อหมูที่มีสีชมพูอ่อนตามธรรมชาติ มันสีขาว ไม่มีกลิ่นคาว หรือเหม็นเน่า ไม่มีเมือกที่ผิว (หากมีเมือกแสดงว่าเนื้อสัตว์เริ่มเน่าเสียมีการก่อตัวของแบคทีเรียแล้ว ) มีลักษณะเขียวช้ำ (เริ่มเน่า)

เนื้อหมูส่วนต่างๆ

  • สันคอหมู จะมีมันแทรกอยู่ตามเนื้อ เนื้อจะนิ่มไม่เหนียว นิยมนำมาเนื้อย่าง ทอด ผัด
  • เนื้อสันนอกจะเป็นชิ้นส่วนที่ติดกับสันคอ แต่มันน้อยกว่า นิยมนำไปทำเสต็ก สุกี้ หรือ หมูมะนาว
  • เนื้อสันใน เป็นชิ้นส่วนที่นุ่ม ไขมันน้อยที่สุด ทำอาหารได้ทุกเมนู 
  • เนื้อส่วนสะโพก เนื้อค่อนข้างแข็งและมีเอ็นแทรก นิยมทำอาหารประเภทตุ๋น หรือนำมาทำพวก หมูแผ่น หมูหยอง หมูสวรรค์
  • เนื้อไหล่ เนื้อจะค่อนข้างแข็ง เหมาะสำหรับนำไปทำเมนู ต้ม ตุ๋น เช่น พะโล้ หรือ ต้มเค็มต้มหวาน

 

วิธีการเลือกซื้อ เนื้อวัว

B3B4

   ควรเลือกซื้อเนื้อวัวที่มีสีแดงสด มันสีขาว เนื้อแน่น ไม่เป็นรอยบุ๋มยวบเมื่อกดลงไป ไม่มีกลิ่นเหม็นคาว หรือกลิ่นเน่า ไม่มีรอยเขียวคล้ำ หากพบว่ามันเป็นสีเหลืองแสดงว่าไม่สด และควรมีความชุ่มชื้นพอสมควร ไม่แห้งจนเกินไป 

ลักษณะของเนื้อวัวแต่ละส่วน

  • เนื้อส่วนที่นิยมใช้ทำเสต๊กหรือเนื้อย่าง ได้แก่ เนื้อสันนอก ลักษณะจะมีมันแทรกในเนื้อที่เรียกว่าลายหินอ่อน
  • เนื้อสันในจะมีราคาสูงที่สุดของเนื้อวัว ลักษณะจะไม่มีมัน และรสชาตินุ่มลิ้นที่สุด
  • เนื้อส่วนน่องสะโพก ขาหน้า จะมีลักษณะเหนียว กว่าสองประเภทแรก นิยมนำมาตุ๋น ทำสตูว์ น้ำซุป
  • เนื้อส่วนท้อง จะมีไขมันมากที่สุด นิยมทำน้ำซุป

 

วิธีการเลือกซื้อ เนื้อไก่

   ควรเลือกเนื้อไก่ที่หนังสดใส เนื้อไม่ซีด เนื้อยังแน่น ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีเมือก ไม่มีสีเขียวคล้ำ หากซื้อทั้งตัวให้ดูที่หน้าอกไก่ เนื้อต้องแน่น ตาไม่ลึก โบ๋ ตามข้อตามท้องไม่มีรอยเขียวช้ำไม่มีเมือก กลิ่นสด ไม่เหม็นบูด

   เนื้อไก่ส่วนอกจะมีไขมันน้อยที่สุด เหมาะสำหรับคนควบคุมน้ำหนักและคนรักสุขภาพ

 

วิธีการเลือกซื้อ เนื้อปลา

k 4

ควรเลื่อกปลาที่ตาใส เหงือกแดง เนื้อแน่น กดแล้วคืนตัวไม่บุ๋มยวบ ไม่มีกลิ่นเหม็นคาวผิดปกติ 

 

วิธีการเลือกซื้อ ปลาหมึก

squid

ควรเลือกปลาหมึกที่ดวงตาใส เห็นตาดำชัด ไม่ขุ่น หนวดสมบูรณ์ไม่เปื่อยยุ่ย  เนื้อแน่น กดดูจะคืนตัว ไม่เละ กลิ่นคาวปกติไม่เหม็นเน่า หนังหุ้มไม่หลุดลุ่ย (ปลาหมึกที่ลอกมาแล้วมีโอกาสจะพบปลาหมึกที่ไม่สด) 


วิธีการเลือกซื้อ กุ้ง

ควรเลือกซื้อกุ้งที่ ตาใส เปลือกแข็งใส หัวติดกับลำตัวแน่น 

 

วิธีการเลือกซื้อ หอย

เปลือกหอยควรอยู่ในสภาพดี ไม่แตกหัก ไม่มีกลิ่นเหม็น เปลือกไม่มีเมือก ถ้าหอยยังเป็นๆอยู่จะดีที่สุด

 

วิธีการเลือกซื้อ ปูทะเล

ปูที่ยังเป็นๆอยู่ สีเขียวเข้ม ตัวหนัก เนื้อแน่น กดไม่ยุบ  ตาใส ไม่มีกลิ่นเหม็น

 

วิธีการเลือกซื้อ ไข่ไก่

เปลือกสะอาดไม่มีสิ่งสกปรก ผิวหยาบเล็กน้อย ไม่เรียบลื่นเกินไปหรือมีสีคล้ำ สีของไข่สม่ำเสมอทั้งฟอง และมีน้ำหนักพอสมควร เมื่อนำไข่แช่น้ำ จะลอยในลักษณะเอาด้านข้างขึ้น แสดงว่าเป็นไข่ใหม่

ไข่ไก่จะแบ่งขนาดเป็นเบอร์ 0-4 ไข่เบอร์ 0 จะมีขนาดใหญ่ที่สุด เบอร์ 4 จะมีขนาดเล็กสุด

 

การเลือกผัก สำหรับมาใช้ในการปรุงอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน ทั้งวิธีการเลือก และการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี 

k1

1. เลือกผักที่สดสะอาด ไม่มีคราบขาวๆจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ เชื้อราตามซอกใบ ก้านผัก  กลิ่นไม่ฉุนผิดปกติ

2.เลือกผักจากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ เช่นผักกางมุ้ง ของโครงการหลวง หรือแหล่งเพาะปลูกที่น่าเชื่อถืออื่นๆ และควรสับเปลี่ยนแหล่งซื้ออยู่เสมอ 

3.เลือกซื้อผัก ตามฤดูกาล หรือผักพื้นบ้าน ที่ขึ้นริมรั้วเติบโตง่าย โดยไม่ต้องพึ่งยาฆ่าแมลง เช่น ตำลึง ใบมะกอก ผักปลัง ดอกขจร ดอกสโสน ผักบุ้งนา ผักบุ้งคลอง ผักกระเฉดธรรมชาติ ฯลฯ (ส่วนตัวชอบไปเดินตลาด และซื้อกับ พ่อแก่แม่เฒ่า หรือชาวบ้าน ที่เก็บผักริมรั้ว ปลูกเอง หรือเก็บในคลองมาขาย  นอกจากจะได้ช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว ยังได้ผักที่สดสะอาด และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย) 

 

วิธีล้างทำความสะอาดผักอย่างถูกวิธี

1. ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายรอบ หรือ ล้างในน้ำไหลผ่านประมาณ 2 นาที  

2. ล้างในน้ำผสมเกลือในอัตราส่วน น้ำ 4 ลิตร ต่อ เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ

3.ล้างในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ในอัตราส่วน น้ำ 4 ลิตร ต่อ น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย

4. ล้างในน้ำผสมโซเดียมไบคาบอเนต ในอัตราส่วน น้ำ 4 ลิตร ต่อโซเดียมไบคาบอเนต 1 ช้อนโต๊ะ

เลือกใช้วิธีที่สะดวกและเหมาะกับตัวเองที่สุด  และในขั้นตอนสุดท้ายให้ล้างด้วยน้ำสะอาดเป็นลำดับสุดท้ายก่อนนำไปปรุงเป็นอาหาร

 

วิธีการเก็บรักษาผักให้อยู่ยาวนาน

โดยทั่วไปที่จะเจอบ่อยๆก็คือ  ซื้อผักมาไว้ในตู้เย็น  ยังไม่ทันจะนำออกมาใช้ ก็เน่าเสียแล้ว คิดว่าหลายคนคงพบปัญหาเดียวกันนี้  วันนี้เรามีวิธีการเก็บรักษาผักใบที่อ่อนแอทั้งหลาย ว่าจะเก็บอย่างไรให้คงคุณภาพยาวนานแบบง่ายๆที่ทุกๆคนทำได้นะคะ
vege
การเก็บผักใบในตู้เย็น ควรเก็บในลักษณะแห้ง ไม่โดนความเย็นโดยตรง เช่น เก็บในภาชนะสุญญากาศ เก็บในถุงซิป หรือใส่ในขวดพลาสติดแล้วแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาตามภาพก็ได้ค่ะ.. (วิธีเก็บผักในขวด อ้อได้ไอเดียนี้มาจากเพื่อนๆในกลุ่มทาง Facebook  ครัวในบ้านอาหารทำเอง ) จึงทดลองดูปรากฏว่าได้ผลดีมากๆ ทำให้ผักยืดอายุความสดได้นานเกือบ 1-2 อาทิตย์ ตามคุณภาพของตู้เย็นแต่ละบ้าน (หากต้องการล้างทำความสะอาดก่อนเก็บ สามารถทำได้แต่ต้องผึ่งให้แห้งก่อนเก็บนะคะ)

วิธีอื่นๆในการเก็บผักให้สดกรอบ

ที่มาคลิปวีดีโอ คุณ Tan tai จาก Youtube

 

31382 ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วันพุธ, 12 สิงหาคม 2558

บทความล่าสุด

ดูทั้งหมด
  • คลีนฟู้ดคืออะไร?
    คลีนฟู้ดคืออะไร? เคยมีความสงสัยเกี่ยวกับการทานคลีนจากหลายๆท่าน เช่น บางท่านสงสัยว่าการทานคลีนเหมือนหรือต่างกับการทานมังสวิรัติอย่างไร กินเนื้อสัตว์ได้มั้ย น้ำผึ้งหวานๆทำไมถึงเป็นอาหารคลีน วันนี้ Easycooking…
    16849